ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจทำให้หิว มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก เวียนหัว หน้ามืด หรืออ่อนเพลีย หากน้ำตาลลดลงมากขึ้นอาจเริ่มสับสน พูดไม่ชัด ชัก หรือหมดสติได้ สำหรับผู้เป็นเบาหวาน หากตรวจพบระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 mg/dL ควรได้รับการแก้ไขทันที
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) พบได้บ่อยในผู้เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาลบางชนิด อาการมักเกิดค่อนข้างเร็ว และแต่ละคนอาจมีอาการไม่เหมือนกัน
หากมีอาการมือสั่น ใจสั่น หรือหน้ามืด แต่ไม่ได้เป็นเบาหวานหรือไม่ได้ใช้ยาลดน้ำตาล ไม่ควรสรุปว่าเกิดจาก “น้ำตาลตก” ทุกครั้ง เพราะอาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน หากทำได้ ควรตรวจระดับน้ำตาลขณะมีอาการเพื่อช่วยประเมินให้ชัดเจนขึ้น
น้ำตาลในเลือดต่ำมีอาการอะไร?
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ หิว มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก เวียนหัว อ่อนเพลีย หงุดหงิด หรือมึนงง หากระดับน้ำตาลลดลงมาก อาจกระทบการทำงานของสมองจนเกิดสับสน พูดไม่ชัด ชัก หรือหมดสติได้
ในช่วงแรก ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือน เช่น ใจเต้นเร็ว มือสั่น เหงื่อออก รู้สึกหิว หรือรู้สึกหวิว เพราะร่างกายกำลังตอบสนองต่อระดับน้ำตาลที่ลดลง
หากยังไม่ได้รับการแก้ไข อาจเริ่มมีอาการทางสมอง เช่น
- มึนงงหรือสับสน
- สมาธิลดลง
- มองเห็นผิดปกติ
- พูดไม่ชัด
- เดินเซ
- อ่อนแรง
- พฤติกรรมเปลี่ยนไป
หากระดับน้ำตาลต่ำรุนแรง อาจเกิดอาการชัก หมดสติ หรือโคม่าได้ จึงไม่ควรรอให้อาการหนักก่อนจึงค่อยแก้ไข
น้ำตาลเท่าไหร่เรียกว่าต่ำ?
สำหรับผู้เป็นเบาหวาน ระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 mg/dL ถือว่าต่ำและควรได้รับการแก้ไข ส่วนค่าต่ำกว่า 54 mg/dL ถือว่าต่ำมากและต้องรีบจัดการ
| ระดับน้ำตาล | ความหมาย | ควรทำอย่างไร |
| 54–69 mg/dL | น้ำตาลในเลือดต่ำ | ควรแก้ไขทันทีและตรวจซ้ำ |
| ต่ำกว่า 54 mg/dL | น้ำตาลต่ำมาก | ต้องรีบแก้และเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด |
| มีอาการทางสมองหรือร่างกายจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ | ภาวะน้ำตาลต่ำรุนแรง สับสน ชัก หมดสติ | ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นและการดูแลทางการแพทย์ |
สิ่งสำคัญคือ ความรุนแรงไม่ได้ดูจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว หากผู้ป่วยสับสนมาก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ชัก หรือหมดสติ ก็ถือว่าเป็นภาวะรุนแรง แม้ในขณะนั้นจะยังไม่มีค่าระดับน้ำตาลให้ดู

น้ำตาลต่ำต้องทำอย่างไร? กินอะไรให้ดีขึ้นเร็ว?
หากยังรู้สึกตัวดีและสามารถกลืนได้ ให้รับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็วประมาณ 15 กรัม จากนั้นรอ 15 นาทีแล้วตรวจระดับน้ำตาลซ้ำ หากยังต่ำกว่า 70 mg/dL ให้รับประทานซ้ำอีกครั้ง
วิธีนี้เรียกว่า 15-15 Rule ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้เป็นเบาหวานที่มีภาวะน้ำตาลต่ำและยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ตัวอย่างอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใช้ได้ เช่น
- น้ำผลไม้ประมาณครึ่งแก้ว
- น้ำอัดลมสูตรปกติที่มีน้ำตาลประมาณครึ่งแก้ว
- กลูโคสเม็ดตามปริมาณที่ให้คาร์โบไฮเดรตประมาณ 15 กรัม
- น้ำตาลหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
- ลูกอมที่มีน้ำตาล โดยดูปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้เหมาะสม
หลังจากรับประทานแล้ว ให้รอประมาณ 15 นาทีและตรวจระดับน้ำตาลอีกครั้ง หากยังต่ำกว่า 70 mg/dL ให้แก้ซ้ำจนระดับน้ำตาลกลับขึ้นมา
เมื่อระดับน้ำตาลดีขึ้นแล้ว หากยังอีกนานกว่าจะถึงมื้ออาหาร อาจรับประทานอาหารว่างที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนตามความเหมาะสม เพื่อช่วยป้องกันน้ำตาลลดลงซ้ำ
อาหารที่มีไขมันสูง เช่น ช็อกโกแลตหรือขนมที่มีไขมันมาก ไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับแก้ภาวะน้ำตาลต่ำ เพราะน้ำตาลอาจถูกดูดซึมช้ากว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่ให้กลูโคสเร็ว
อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?
หากผู้ที่มีภาวะน้ำตาลต่ำเริ่มสับสนมาก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ชัก หมดสติ หรือไม่สามารถกลืนได้อย่างปลอดภัย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินและควรได้รับความช่วยเหลือทันที
อาการที่ไม่ควรรอดูเอง ได้แก่
- ซึมลงหรือสับสนมาก
- พูดหรือเดินผิดปกติอย่างชัดเจน
- ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือน้ำได้เอง
- ชักหรือหมดสติ
- แก้ด้วยน้ำตาลแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
- ระดับน้ำตาลยังต่ำซ้ำ ๆ แม้แก้เบื้องต้นแล้ว
หากผู้ป่วย หมดสติ ชัก หรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อนน้ำหวาน ลูกอม หรืออาหารเข้าปาก เพราะอาจเกิดการสำลัก ควรโทร 1669 หรือพาไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
หากผู้ป่วยมีกลูคากอน (Glucagon) สำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉิน และผู้ดูแลได้รับการสอนวิธีใช้แล้ว สามารถใช้ตามคำแนะนำ พร้อมขอความช่วยเหลือทางการแพทย์
น้ำตาลในเลือดต่ำเกิดจากอะไร?
ภาวะน้ำตาลต่ำพบได้บ่อยในผู้เป็นเบาหวานที่ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาลบางชนิด โดยมักเกิดเมื่อปริมาณยา อาหาร และกิจกรรมของร่างกายไม่สมดุลกัน
สาเหตุหรือสถานการณ์ที่พบได้ เช่น
- ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาลบางชนิด
- รับประทานอาหารน้อยกว่าปกติ
- ข้ามมื้ออาหาร หรือรับประทานอาหารช้ากว่าเวลาปกติ
- ออกกำลังกายหนักหรือนานกว่าปกติ
- ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะท้องว่าง
- เจ็บป่วยจนรับประทานอาหารได้น้อย
- การทำงานของไตหรือตับเปลี่ยนไป ทำให้ยาบางชนิดออกฤทธิ์นานขึ้น
ผู้เป็นเบาหวานที่ใช้อินซูลินหรือยาที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินบางกลุ่ม มีโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลต่ำมากกว่าผู้ที่ใช้ยาบางชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า
ส่วนในคนที่ ไม่ได้เป็นเบาหวานและไม่ได้ใช้ยาลดน้ำตาล ภาวะน้ำตาลต่ำเกิดขึ้นได้แต่พบไม่บ่อย หากมีอาการลักษณะนี้เกิดซ้ำและตรวจพบระดับน้ำตาลต่ำจริง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรแก้ด้วยการกินของหวานทุกครั้งโดยไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร
น้ำตาลตกบ่อย ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
หากมีภาวะน้ำตาลต่ำเกิดซ้ำ ควรหาสาเหตุร่วมกับแพทย์ เพราะอาจต้องปรับยา เวลาอาหาร หรือกิจกรรมในแต่ละวัน ไม่ควรแก้เฉพาะเวลาที่น้ำตาลตกแล้วปล่อยให้เกิดซ้ำต่อไป
สิ่งที่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลต่ำ ได้แก่
- รับประทานอาหารให้ตรงเวลาและไม่ข้ามมื้อ
- ใช้อินซูลินหรือยาตามขนาดและเวลาที่แพทย์กำหนด
- ตรวจระดับน้ำตาลตามแผน โดยเฉพาะในช่วงที่มีความเสี่ยง
- เตรียมน้ำหวาน กลูโคส หรือแหล่งน้ำตาลที่ดูดซึมเร็วติดตัว
- หากจะออกกำลังกาย ควรวางแผนเรื่องอาหาร ยา และระดับน้ำตาลให้เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ขณะท้องว่าง
- จดช่วงเวลาที่เกิดน้ำตาลต่ำ รวมถึงอาหาร ยา และกิจกรรมก่อนเกิดอาการ
- หากน้ำตาลต่ำเกิดบ่อย ควรให้แพทย์ทบทวนแผนการรักษา
ไม่ควรลดขนาดยา หยุดยา หรือเปลี่ยนเวลาใช้อินซูลินด้วยตัวเองเพราะกลัวน้ำตาลต่ำ เพราะอาจทำให้การควบคุมเบาหวานเสียสมดุลได้
ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลต่ำบ่อยอาจเริ่ม ไม่รู้สึกถึงอาการเตือนเหมือนเดิม ทำให้ระดับน้ำตาลลดลงมากโดยไม่ทันรู้ตัว หากเริ่มมีลักษณะเช่นนี้ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินและปรับแผนการดูแล
สรุป: น้ำตาลในเลือดต่ำมีอาการอะไร? มือสั่น ใจสั่น หน้ามืด แบบไหนต้องระวัง
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเริ่มจาก หิว มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออก เวียนหัว หน้ามืด หรืออ่อนเพลีย และเมื่อระดับน้ำตาลลดลงมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการทางสมอง เช่น สับสน พูดไม่ชัด ชัก หรือหมดสติ
สำหรับผู้เป็นเบาหวาน หากตรวจพบระดับน้ำตาล ต่ำกว่า 70 mg/dL ควรแก้ทันที และหากต่ำกว่า 54 mg/dL ถือว่าต่ำมากและต้องรีบจัดการ หากยังรู้สึกตัวและกลืนได้ สามารถใช้คาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็วประมาณ 15 กรัม แล้วตรวจซ้ำหลัง 15 นาทีได้
แต่หากผู้ป่วย ชัก หมดสติ สับสนจนช่วยตัวเองไม่ได้ หรือกลืนไม่ได้ ห้ามป้อนอาหารหรือน้ำเข้าปาก และควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพโดยรวม สามารถเข้ามาปรึกษา หมอต้น และทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ Avatar Clinic เพื่อช่วยทบทวนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โรคประจำตัว ยา สมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้อยู่ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองที่เหมาะสม โดยไม่ทดแทนการประเมินและรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจากแพทย์แผนปัจจุบัน
สอบถามรายละเอียดหรือปรึกษา Avatar Clinic ได้ที่
โทร: 087-622-2223
Q&A: คำถามยอดฮิตเรื่องน้ำตาลในเลือดต่ำ
Q: น้ำตาล 70 ถือว่าต่ำไหม?
A: สำหรับผู้เป็นเบาหวาน หากระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 mg/dL ถือว่าเป็นภาวะน้ำตาลต่ำและควรได้รับการแก้ไข ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการก่อน เพราะบางคนอาจมีน้ำตาลต่ำโดยไม่รู้สึกถึงสัญญาณเตือน
Q: น้ำตาลต่ำกินอะไรดี?
A: หากยังรู้สึกตัวและกลืนได้ ควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมเร็วประมาณ 15 กรัม เช่น น้ำผลไม้ น้ำอัดลมสูตรปกติ กลูโคสเม็ด หรือน้ำตาล จากนั้นรอ 15 นาทีและตรวจระดับน้ำตาลซ้ำ
Q: มือสั่น ใจสั่น หน้ามืด แปลว่าน้ำตาลต่ำไหม?
A: อาจเป็นได้ แต่อาการเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน หากเป็นผู้มีความเสี่ยง เช่น ใช้อินซูลินหรือยาลดน้ำตาล ควรตรวจระดับน้ำตาลขณะมีอาการเมื่อทำได้ เพื่อดูว่าเกิดจากภาวะน้ำตาลต่ำจริงหรือไม่
Q: น้ำตาลต่ำแบบไหนอันตราย?
A: ระดับต่ำกว่า 54 mg/dL ถือว่าต่ำมากและควรรีบแก้ ส่วนผู้ที่สับสนมาก ช่วยตัวเองไม่ได้ ชัก หรือหมดสติ ถือเป็นภาวะน้ำตาลต่ำรุนแรงและต้องได้รับความช่วยเหลือทันที โดยความรุนแรงไม่ได้ตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว
อ้างอิงข้อมูล
- ศูนย์เบาหวานศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล: ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำในผู้เป็นเบาหวาน
- สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย: Management of Individuals With Diabetes at High
- American Diabetes Association: Standards of Care in Diabetes—2026: Glycemic Goals, Hypoglycemia, and Hyperglycemic Crises
- Centers for Disease Control and Prevention (CDC): Treatment of Low Blood Sugar (Hypoglycemia)
ยังมีบทความสาระน่ารู้ด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทความด้านสุขภาพน่ารู้ โดย Avatar Clinic