ปัสสาวะมีเลือดปนแต่ไม่เจ็บ เกิดจากอะไร? เช็กสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
หากเห็นเลือดปนในปัสสาวะ แม้ไม่มีอาการเจ็บ ก็ควรตรวจหาสาเหตุ เพราะเลือดอาจมาจากความผิดปกติของไต กระเพาะปัสสาวะ หรือส่วนอื่นของระบบทางเดินปัสสาวะ และบางโรคอาจยังไม่มีอาการอื่นให้สังเกตในช่วงแรก
เลือดที่สามารถมองเห็นได้อาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีชมพู แดง หรือน้ำตาล โดยบางคนไม่มีอาการเจ็บ แสบ หรือปวดร่วมด้วยเลย การไม่เจ็บจึงไม่ได้หมายความว่าไม่มีความผิดปกติ
หากเห็นเลือดในปัสสาวะ แม้เกิดขึ้นครั้งแรกหรือมีเพียงเล็กน้อย ก็ควรได้รับการประเมินเพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจน
ปัสสาวะมีเลือดปนแต่ไม่เจ็บ ต้องกังวลไหม?
ควรตรวจหาสาเหตุแม้ไม่มีอาการเจ็บ เพราะเลือดในปัสสาวะเกิดได้ตั้งแต่การติดเชื้อ นิ่ว ต่อมลูกหมากโต โรคของไต ไปจนถึงความผิดปกติที่สำคัญในระบบทางเดินปัสสาวะ
ในทางการแพทย์ ภาวะที่มีเลือดในปัสสาวะเรียกว่า ภาวะปัสสาวะเป็นเลือด (Hematuria) ซึ่งแบ่งได้เป็นแบบที่มองเห็นเลือดด้วยตา และแบบที่ปัสสาวะดูปกติแต่ตรวจพบเม็ดเลือดแดงจากการตรวจปัสสาวะ
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรรอให้เริ่มปวดหรือมีอาการหนักก่อน เพราะสาเหตุบางอย่างอาจมีเลือดในปัสสาวะเป็นอาการแรก โดยไม่มีความเจ็บปวดร่วมด้วย
ปัสสาวะมีเลือดปน อาจเป็นโรคอะไรได้บ้าง?
เลือดในปัสสาวะเกิดได้จากหลายส่วนของระบบทางเดินปัสสาวะ ตั้งแต่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ไปจนถึงต่อมลูกหมากในผู้ชาย
สาเหตุที่พบได้ เช่น
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
มักมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย หรือปัสสาวะมีกลิ่นผิดปกติร่วมด้วย
นิ่วในไตหรือทางเดินปัสสาวะ
อาจทำให้มีเลือดในปัสสาวะ และบางคนมีอาการปวดเอว ปวดสีข้าง หรือปวดรุนแรงร่วมด้วย
ต่อมลูกหมากโต
พบได้ในผู้ชาย โดยอาจมีอาการปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะบ่อย หรือมีเลือดปน
โรคของไตบางชนิด
เช่น การอักเสบของตัวกรองไต สามารถทำให้ตรวจพบเลือดในปัสสาวะได้
ยา การออกกำลังกายหนัก หรือการบาดเจ็บ
ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด รวมถึงการออกกำลังกายหนักหรือการบาดเจ็บ สามารถสัมพันธ์กับเลือดในปัสสาวะได้
เนื้องอกหรือมะเร็งในระบบทางเดินปัสสาวะ
เช่น กระเพาะปัสสาวะ ไต หรือต่อมลูกหมาก ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่แพทย์ต้องตรวจแยก โดยเฉพาะเมื่อเห็นเลือดในปัสสาวะชัดเจนแต่ไม่มีอาการเจ็บ
การมีเลือดในปัสสาวะไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่เพราะมีสาเหตุได้หลายอย่าง จึงควรตรวจเพื่อหาคำตอบมากกว่าคาดเดาจากอาการเพียงอย่างเดียว
สังเกตอาการร่วมอย่างไรว่าอาจเกี่ยวกับอะไร?
อาการที่เกิดร่วมกับเลือดในปัสสาวะอาจช่วยบอกแนวทางของสาเหตุได้ แต่ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ด้วยตัวเอง
| สิ่งที่สังเกต | อาการที่พบร่วม | อาจเกี่ยวข้องกับ |
| การปัสสาวะ | แสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย | การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ |
| อาการปวด | ปวดเอวหรือสีข้าง ปวดรุนแรงเป็นพัก ๆ | นิ่วในไตหรือทางเดินปัสสาวะ |
| สุขภาพไต | ตัวบวม ปัสสาวะเป็นฟอง หรือความดันสูงร่วมด้วย | โรคของไตบางชนิด |
| อาการในผู้ชาย | ปัสสาวะไม่สุด สายปัสสาวะอ่อน ปัสสาวะกลางคืนบ่อย | ต่อมลูกหมากโต |
| เลือดในปัสสาวะ | มีเลือดซ้ำ ๆ แต่ไม่เจ็บ | ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะที่ควรตรวจเพิ่มเติม |
| ลิ่มเลือด | มีเลือดเป็นก้อนหรือปัสสาวะติดขัด | ภาวะที่ควรได้รับการประเมินโดยเร็ว |
หมายเหตุ: ตารางนี้ใช้สำหรับสังเกตอาการเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถระบุว่าเป็นโรคใดโรคหนึ่งได้แน่นอน

ปัสสาวะสีแดง แปลว่ามีเลือดเสมอไปไหม?
ไม่เสมอไป ปัสสาวะสีแดงหรือชมพูอาจเกิดจากอาหาร ยาบางชนิด หรือเลือดจากแหล่งอื่นปนมาได้ จึงควรตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันว่าเป็นเลือดจริงหรือไม่
ตัวอย่างเช่น บีตรูตสามารถทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีได้ ยาบางชนิดก็อาจทำให้ปัสสาวะเป็นสีแดงหรือส้ม รวมถึงในผู้หญิง เลือดประจำเดือนอาจปนกับตัวอย่างปัสสาวะได้
หากไม่แน่ใจว่าสีที่เห็นคือเลือดหรือไม่ การตรวจปัสสาวะจะช่วยแยกได้ชัดเจนกว่าการดูด้วยตาเพียงอย่างเดียว
สงสัยมีเลือดในปัสสาวะ ต้องตรวจอะไรบ้าง?
การตรวจมักเริ่มจากการตรวจปัสสาวะ เพื่อยืนยันว่ามีเลือดจริงหรือไม่ และดูว่ามีการติดเชื้อหรือความผิดปกติอื่นร่วมด้วย จากนั้นแพทย์จึงพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามอาการ อายุ และปัจจัยเสี่ยง
1. ตรวจปัสสาวะ
ใช้ดูว่ามีเม็ดเลือดแดงจริงหรือไม่ รวมถึงตรวจหาสัญญาณของการติดเชื้อหรือความผิดปกติอื่น
2. ตรวจเลือด
อาจใช้ประเมินการทำงานของไต หรือดูความผิดปกติอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
3. ตรวจภาพของระบบทางเดินปัสสาวะ
แพทย์อาจใช้ อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ
ในบางรายอาจต้อง ส่องกล้องกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy) เพื่อดูภายในท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะโดยตรง ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีเลือดในปัสสาวะต้องตรวจครบทุกอย่าง การตรวจจะเลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?
หากมองเห็นเลือดในปัสสาวะ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ แม้จะไม่มีอาการเจ็บหรือเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
ควรได้รับการตรวจหากมีเลือดปนซ้ำ ปัสสาวะเป็นสีแดง ชมพู หรือน้ำตาลโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปวดเอว ปัสสาวะลำบากร่วมด้วย
ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็วหากมี เลือดหรือลิ่มเลือดจำนวนมาก ปัสสาวะไม่ออก ปวดรุนแรง มีไข้สูง หนาวสั่น หรืออาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว เพราะลิ่มเลือดสามารถขัดขวางการไหลของปัสสาวะได้
สรุป: มีเลือดในปัสสาวะแม้ไม่เจ็บ ก็ไม่ควรมองข้าม
เลือดในปัสสาวะเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ การติดเชื้อ นิ่ว ต่อมลูกหมากโต โรคของไต ไปจนถึงความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะหรือระบบทางเดินปัสสาวะ และบางสาเหตุอาจไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย
อาการอื่น เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปวดเอว ปัสสาวะไม่สุด ตัวบวม หรือมีเลือดเกิดขึ้นซ้ำ อาจช่วยบอกแนวทางได้ แต่ไม่สามารถระบุโรคจากอาการเพียงอย่างเดียว หากมองเห็นเลือดในปัสสาวะ ควรตรวจหาสาเหตุ โดยแพทย์มักเริ่มจากการตรวจปัสสาวะและพิจารณาการตรวจอื่นเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพโดยรวม สามารถเข้ามาปรึกษา หมอต้น และทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ ที่ Avatar Clinic เพื่อช่วยทบทวนข้อมูลสุขภาพ โรคประจำตัว ยา สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม โดยไม่ทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาหลักจากแพทย์แผนปัจจุบัน
สอบถามรายละเอียดหรือปรึกษา Avatar Clinic ได้ที่
โทร: 087-622-2223
Q&A: คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเลือดในปัสสาวะ
Q: ปัสสาวะมีเลือดแต่ไม่เจ็บ อันตรายไหม?
A: ไม่ควรมองข้าม เพราะเลือดในปัสสาวะสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ และบางโรคอาจไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย หากมองเห็นเลือดควรตรวจหาสาเหตุ แม้จะเป็นเพียงครั้งเดียว
Q: ปัสสาวะเป็นเลือดครั้งเดียว ต้องไปหาหมอไหม?
A: ควรได้รับการตรวจ แม้เป็นครั้งแรกหรือมีเลือดเพียงเล็กน้อย เพราะการเห็นเลือดด้วยตาไม่สามารถบอกสาเหตุได้ และบางภาวะอาจไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย
Q: ปัสสาวะมีเลือดปนเกี่ยวกับโรคไตไหม?
A: อาจเกี่ยวข้องได้ โรคของไตบางชนิดสามารถทำให้มีเม็ดเลือดแดงออกมากับปัสสาวะ แต่เลือดยังอาจมาจากกระเพาะปัสสาวะ ท่อไต ท่อปัสสาวะ หรือต่อมลูกหมาก จึงต้องตรวจเพื่อหาตำแหน่งและสาเหตุ
Q: ปัสสาวะมีเลือดแต่ไม่แสบ เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ไหม?
A: เป็นไปได้ แต่การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะมักพบอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย หรือปวดท้องน้อย การไม่มีอาการเหล่านี้จึงไม่ได้ช่วยยืนยันหรือตัดการติดเชื้อออกทั้งหมด
Q: ปัสสาวะสีแดง แปลว่าเป็นเลือดทุกครั้งไหม?
A: ไม่เสมอไป อาหารและยาบางชนิดสามารถทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือชมพูได้ การตรวจปัสสาวะจะช่วยยืนยันว่ามีเม็ดเลือดแดงอยู่จริงหรือไม่
Q: กินยาละลายลิ่มเลือดแล้วมีเลือดในปัสสาวะ ต้องทำอย่างไร?
A: ควรแจ้งแพทย์และไม่ควรหยุดยาด้วยตัวเอง ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอาจเกี่ยวข้องกับเลือดในปัสสาวะได้ แต่ยังควรได้รับการประเมินเพื่อดูว่ามีสาเหตุอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ข้อมูลอ้างอิง
- National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK): Hematuria (Blood in the Urine)
- Mayo Clinic: Blood in Urine (Hematuria) – Symptoms and Causes
- Mayo Clinic: Blood in Urine (Hematuria) – Diagnosis and Treatment
- NHS: Blood in Urine
ยังมีบทความสาระน่ารู้ด้านสุขภาพอื่น ๆ อีกมากมาย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทความด้านสุขภาพน่ารู้ โดย Avatar Clinic